การพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุในตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
- พระครูสุจิตรกิตติวัฒน์(กิตติสุจิตฺโต) ผศ.ดร. และคณะ
- 2569
- งานวิจัย, บทความวิจัย
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สำรวจและศึกษาอาชีพที่เหมาะสมกับ
กลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุ 2. วิเคราะห์องค์ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาอาชีพ และ
3. ประเมินผลการพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุในตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม
จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีประกอบด้วย การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจาก
ผู้สูงอายุจำนวน 200 คน ซึ่งได้จากสูตรของ Taro Yamane (ค่าความคลาดเคลื่อน 0.07) และ
การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ
นักพัฒนาชุมชน และผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้
คือ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.87) และมีค่าความ
เชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Cronbach’s α = 0.92) รวมทั้งแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนา
กลุ่มย่อย ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
(Paired Sample t-test) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1. อาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในพื้นที่มี 5 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรรม
ยั่งยืน หัตถกรรมพื้นบ้าน อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป บริการและการดูแล และการค้าขาย
2. ผู้สูงอายุมีองค์ความรู้ท้องถิ่น จำนวน 12 สาขา เช่น เกษตรผสมผสาน สมุนไพรพื้นบ้าน การแปรรูปผลไม้ การทอผ้า และการจักสาน ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักพุทธธรรม ได้แก่ ความพอเพียง
ความอดทน และการแบ่งปัน และ 3. หลังจากเข้าร่วมโครงการ ผู้สูงอายุมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 38.6 (p < .01) มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม (x̅ = 4.42, S.D. = 0.51) อยู่ในระดับมากที่สุด
และสามารถนำองค์ความรู้ไปประกอบอาชีพจริง ร้อยละ 91.7 ส่งผลให้เกิดโมเดลบูรณาการ
พุทธ–ภูมิปัญญาชุมชน (Buddha–Local Livelihood Integration Model: BLLIM) ซึ่งเป็น
รูปแบบการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนบนฐานพุทธธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
คำสำคัญ: การพัฒนาอาชีพ; ผู้สูงอายุเปราะบาง; ภูมิปัญญาท้องถิ่น; หลักพุทธธรรม; การพัฒนา
ชุมชน